
Hormones วัยว้าวุ่น (2013)
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- Hormones
- ชื่อต้นฉบับ
- ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น
- ประเทศ
- ไทย
- ปีที่ออกอากาศ
- 2013
- คะแนน
- 8.0/10
เรื่องย่อและรีวิว Hormones วัยว้าวุ่น
Hormones Hormones วัยว้าวุ่น เป็นซีรี่ย์ไทย ปี 2013
เหล่านักเรียนมัธยมปลายในกรุงเทพต้องรับมือกับปัญหามากมาย ทั้งเรื่องตั้งท้องในวัยเรียน ยาเสพติด ความรุนแรงในโรงเรียน ปัญหาครอบครัว และอีกมากมายในละครสัญชาติไทยเรื่องนี้
เจาะลึก Hormones Hormones วัยว้าวุ่น: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทละครชุด ผลิตโดย จีทีเอช และ นาดาวบางกอก สร้างเรื่องและเขียนบทโดย ทรงยศ สุขมากอนันต์ โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนนาดาวบางกอก ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมจีทีเอชออนแอร์ และสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกอบด้วย ช่องวัน (ฤดูกาลที่ 1 และ 3) และ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล (ฤดูกาลที่ 2)
งานสร้าง
ผู้บริหารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ต้องการให้ย้ง – ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ผลิตละครสำหรับออกอากาศทางช่องวันโดยเฉพาะ โดยใช้เวลาเตรียมตัวทำงานนานร่วมปี เนื้อเรื่องได้แรงบันดาลใจ มาจากประสบการณ์ในชีวิตจริงของย้ง ผู้กำกับเมื่อครั้งศึกษาชั้นมัธยมต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาและโรงเรียนเซนต์คาเบรียลตามลำดับ ร่วมกับการสัมภาษณ์นักแสดง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการเขียนบท และการพัฒนาบทบาทของแต่ละตัวละคร
โดยการถ่ายทำจริง ย้งเลือกสถานที่ถ่ายทำหลัก คือโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี แต่ใช้เทคนิคพิเศษ เปลี่ยนป้ายชื่อหลักหน้าโรงเรียนเป็น โรงเรียนนาดาวบางกอก แทน และเริ่มถ่ายทำจากฉากแรกสุด คือฉากที่เปิดตัว วิน (พีช) ต้า (กันต์) และหมอก (ไมเคิล) แบบในความคิดของดาว (ฝน) แต่เมื่อถ่ายทำเสร็จและตัดต่อเสร็จ แต่ถูกตัดทิ้งไป จากนั้นไม่นานก็ต้องยกกองไปถ่ายทำฉากสุดท้ายที่เทศกาลดนตรีบิ๊กเมาน์เท่น 2012 ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในการถ่ายทำฉากนั้นสร้างความลำบากใจให้นักแสดงและผู้กำกับพอสมควร เพราะ 1. ต้องถ่ายทำฉากสุดท้ายหลังจากเริ่มถ่ายทำเพียง 2 สัปดาห์ 2. การถ่ายทำที่บิ๊กเมาน์เท่นในช่วงเช้าต้องให้แสตนด์อินเล่นเป็นต้าแทน เพราะกันต์ยังเล่นกีตาร์ไม่คล่อง และต้องถ่ายฉากนี้ในตอนกลางวัน เพราะไม่สามารถแทรกเข้าไปถ่ายช่วงกลางคืนได้ ส่วนการถ่ายทำตอนกลางคืนซึ่งเป็นเวลาที่เริ่มงานไปแล้วนั้น ผู้เข้าร่วมงานปกติไม่รู้ว่ามีการถ่ายละครซีรีส์ในงานนี้ด้วย จนทำให้เมื่อเห็นนักแสดงหลักของเรื่อง ก็ต่างกันพาเข้าไปขอลายเซ็น และขอถ่ายรูป ซึ่งก็ทำให้ต้องเทคและถ่ายใหม่ โดยมีเวลาที่จำกัดมาก เพราะคอนเสิร์ตไม่รอละคร ถ่ายผิดก็ต้องถ่ายใหม่ทันที จนในที่สุดกว่าจะได้ฉากจบในตอนที่ 13 ต้องใช้เวลาถ่ายกันนานพอสมควร
หลักจากนั้นก็กลับมาปักหลักถ่ายทำที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจนครบทุกฉากในโรงเรียน และบางฉากต้องเข้าไปยืมตัวนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีปกติ ให้เข้ามาเป็นตัวประกอบเสริมในเรื่องด้วย หลังจากถ่ายครบหมดแล้วจึงเดินทางไปยังจังหวัดสมุทรปราการเพื่อถ่ายฉากสุดท้าย คือฉากที่ไผ่ (ต่อ) ตัดสินใจบวชเป็นพระ ซึ่งใช้เวลาในการเซ็ตตัวต่อตั้งแต่เช้ามืดจนรุ่งเช้า และถ่ายทำกันแบบไม่พักให้จบในวันเดียวเช้ายันดึก ซึ่งก็ผ่านมาได้ด้วยดี
แต่หลังจากกระแสตอบรับค่อนข้างสูง และจีทีเอชมีแผนที่จะฉายฉากจบในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธินนั้น ย้งต้องกลับมาตัดต่อตอนที่ 13 ใหม่ทั้งหมด โดยไม่มีโฆษณาคั่น และรันละครยาว 50 นาที ก่อนจะนำตัวมาสเตอร์มาให้ทางเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์เพื่อนำไปติดตั้งและเทสระบบฉายต่อไป
หลังจากที่ฤดูกาลแรกมีความประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงมีแผนจัดทำภาคต่อเป็นซีซั่นที่ 2 โดยจะเป็นเรื่องราวของนักเรียนกลุ่มเดิม ที่เลื่อนชั้นขึ้นไปในมัธยมศึกษาที่ 6 ผู้กำกับทรงยศ สุขมากอนันต์ ขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์แทนวิชชพัชร์ โกจิ๋ว โดยมีเกรียงไกร วชิรธรรมพร หนึ่งในคณะผู้เขียนบท ขึ้นมาเป็นผู้กำกับการแสดงแทน โดยก่อนการเริ่มการถ่ายทำในซีซั่นที่ 2 นั้น ทีมงานผู้สร้างได้เปิดตัวโครงการ Hormones The Next Gen ขึ้นเพื่อค้นหานักแสดงหน้าใหม่เพื่อมารับบทสมทบในซีซั่นนี้ และเตรียมขึ้นเป็นนักแสดงหลักกลุ่มใหม่ในซีซั่นต่อๆไป โดยได้จำนวนนักแสดงกลุ่มใหม่ทั้งหมด 12 คน โดยใน 12 คนนี้ มี 5 คนที่ได้รับบทสมทบในซีซั่นที่ 2 ได้แก่ แบงค์ – ธิติ, แพรวา – ณิชาภัทร, เจมส์ – ธีรดนย์, ต้าเหนิง – กัญญาวีร์ และ ฟรัง – นรีกุล
และในปี 2558 ทางจีทีเอชและนาดาวบางกอกได้จัดทำภาคต่ออีกครั้ง ในชื่อว่า Hormones 3 The Final Season (ภาคจบของซีรีส์วัยรุ่นไตรภาคของ GTH) ซึ่งได้หยิบยกนักแสดงจาก Hormones The Next Gen ที่เหลือมาเป็นนักแสดงหลัก โดยมี ฝน – ศนันธฉัตร, เบลล์ – เขมิศรา และ ตน – ต้นหน เป็นนักแสดงที่แสดงมาตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ยังคงมีบทบาทเด่นอยู่ ซีซั่นนี้มีความพิเศษคือจะเป็นซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์ชุดนี้ ซึ่งกระบวนการผลิตของซีซั่นนี้ถือว่าเข้มข้นกว่า 2 ซีซั่นที่ผ่านมา เพราะเป็นซีซั่นที่ต้องสร้างตัวละครใหม่แทบทั้งหมด อีกทั้งนักแสดงทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกอีกครั้งจากทีมงานคัดเลือกนักแสดง แม้ว่าบทจะถูกพัฒนามาจากตัวนักแสดงก็ตาม และทีมเขียนบทต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 7 เดือนเพื่อพัฒนาบทให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด
กระแสการตอบรับ
ละครชุดเรื่องนี้ ออกฉายทางช่องวัน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยนำเสนอวิถีชีวิตของวัยรุ่น ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา และไม่มุ่งยัดเยียดจรรโลงความดีงามอย่างชัดเจน จนมีผู้เปรียบเทียบกับละครชุดจากต่างประเทศ อย่างสกินส์ (Skins) ของอังกฤษ และแสบใสไฮโซ (Gossip Girl) ของอเมริกัน
สำหรับความนิยม ที่วัดจากจำนวนผู้ชมผ่านยูทูบ ในแต่ละตอนสูงกว่า 1 ล้านครั้ง และมีการกล่าวถึงในเครือข่ายสังคมอย่างมาก แม้จะมีเนื้อหาเจาะเฉพาะวัยรุ่น แต่โฆษณาที่นำเสนอระหว่างออกอากาศ กลับมีหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่นรถยนต์หรือสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนคำวิจารณ์ จากคอลัมน์ หนังช่างคิด โดยโอลด์บอย บางคูวัด ในมติชนออนไลน์ เขียนชื่นชมความกล้าของทรงยศ ที่เลือกประเด็นในการเล่า อย่างถึงอกถึงใจ
มีเสียงตอบรับในด้านลบจากทางละครชุดนี้จากผู้ปกครองจำนวนมาก จนไปถึงสำนักงาน กสทช. ที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับการที่ละครนี้ที่มีเนื้อหาล่อแหลมและไม่เหมาะกับเยาวชน และมีฉากที่ไม่เหมาะสมประเพณีอันดีงามของไทย ซึ่งผลกระทบจากกรณีดังกล่าว ในขั้นต้น กสทช. ได้ออกคำสั่งให้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (ในฐานะเจ้าของช่อง) ได้ส่งเทปรายการทั้งหมดและตอนที่ยังไม่ได้ทำออกอากาศในช่วงเวลานั้นมายังสำนักงานเพื่อทำงานการตรวจสอบอย่างละเอียด
และจากการตรวจสอบชั้นต่อ สำนักงาน กสทช. มีมติอย่างเห็นพ้องว่าละครชุดนี้ถือเป็นเรื่องสิ่งบันเทิง และเป็นสื่อที่สอนการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี แต่จากการที่มีฉากที่ไม่เหมาะสม สำนักงานจึงขอยุติในการลงโทษไว้ก่อน และนำมาประชุมหารือกับ คณะกรรมการ กสท. อีกครั้งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 และหาข้อสรุปว่าละครชุดนี้ละเมิดพระราชบัญญัติมาตรา 37 หรือไม่แต่ประการใด
หลังที่จีทีเอชมีแผนจะทำฤดูกาลที่ 2 ของละครชุด กสทช. มีการตรวจสอบบทละครใหม่ตั้งแต่ขณะถ่ายทำทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้มีเนื้อหาที่ล่อแหลมหรือไม่เหมาะสมเผยแพร่สู่สาธารณะ จนกระทั่งละครเรื่องนี้สามารถออกอากาศได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา และมีการปรับเรทให้สามารถดูได้ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และบังคับให้ออกอากาศตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไปอีกด้วย
รางวัลและการเข้าชิง
ฤดูกาลที่ 1
เอ็มไทยท็อปทอล์กอะเบาต์ 2014
ละครที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
นักแสดงหญิงที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด (สุภัสสรา ธนชาติ)
นักแสดงชายที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด (ธนภพ ลีรัตนขจร)
ฤดูกาลที่ 3
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น” ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
ซีรี่ย์ไทยเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

Love on Hire รับจ้างเลิกรัก (2026)

My Boss I Love You ฮักนะ..MyBoss (2026)

Badminton Boys กัปตันครับ ผมจะจีบพี่ (2026)

The Grim Lover รัก ลืม ตาย (2026)

Buy My Boss ฉันซื้อเจ้านายกิน (2026)

Under Her Rules ใต้เงาจันทรา (2026)

Built in Love ก่อร่างสร้างเลิฟ (2026)

Hell Home บ้านขุมนรก (2026)

Teach Me Touch Me สัมผัสกันต์ธีร์ (2026)

Good Boy จิรภัทรจะเป็นเด็กดี (2026)

The Legacy บัลลังก์มาร (2026)
EP20